[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
หนุ่มไทยใช้มีดแทงท้องแรงงานเมียนมา ดับคาที่ ปมปั๊มน้ำ ก่อนหนีลอยนวล(22 พ.ย. 2560, 02:10) 'เบล' นำขบวน 8 แข้งราชัน ส่อโดนเฉดหัวทิ้งช่วงซัมเมอร์(22 พ.ย. 2560, 01:50) รวบแล้ว หนุ่มโหดทุบหัวเพื่อนข้างห้องจะดูละครดับ อ้าง ถูกด่าจนฟิวส์ขาด (22 พ.ย. 2560, 01:50) พี่ตูน ขอบคุณชาวใต้ เสียสละทรัพย์บริจาค วันนี้ยอด 300 ล้าน แล้ว (22 พ.ย. 2560, 01:07) ห้ามเกรียน! 'โปเชตติโน' สะกิด ‘อัลลี’ อย่าคิดห้าวใส่เปาคู่อริ(22 พ.ย. 2560, 01:00) ตาก รถบรรทุก 6 ล้อ เสียหลัก พุ่งชนเสาไฟฟ้าหักทับร่างเมีย ดับอนาถ (22 พ.ย. 2560, 00:45) กต.เตือนคนไทย ภูเขาไฟ Agung ตอนเหนือเกาะบาหลี ระเบิด (22 พ.ย. 2560, 00:20) เจอกันเร็วไป! 'น้องเมย์' บู๊ 'พีช' รอบแรก ศึกขนไก่ฮ่องกง โอเพ่น(22 พ.ย. 2560, 00:15) หนุ่มอุดรฯ ก๊งเหล้า ผูกคอตาย คาดคิดถึงเมียเก่า แม้มีคนใหม่แล้ว (22 พ.ย. 2560, 00:09) 'สะท้านฟ้า' ดับซ่าชนะพลกฤต มวยคู่เอกลุมพินี(21 พ.ย. 2560, 23:23) ชูวิทย์ เปิดบันทึก'น้องเมย'หัวใจแกร่ง เบื้องหลังการเสียชีวิตคืออะไร? (21 พ.ย. 2560, 23:21) ทำดีต้องชม! AFC ร่อนจดหมายถึง ‘บิ๊กอ๊อด’ หลังปราบแก๊งล็อกผล(21 พ.ย. 2560, 23:05) เผยข้อความสุดท้าย จ.ส.ต.พลีชีพ ถูกระเบิดดับ มีลางสังหรณ์รู้จะไม่กลับมา(21 พ.ย. 2560, 22:40) มันจะเขินๆหน่อย! ‘โมเรโน’ รับยังไม่ชิน ต้องบุกเยือนทีมเก่า(21 พ.ย. 2560, 22:15) เปิดโปงวัฒนธรรมโดนรุ่นพี่แดก! หลังทหารให้ข้อมูล 'ฟุ้งๆ ลอยๆ' ปม นร.ตาย (คลิป)(21 พ.ย. 2560, 22:02) สุดเศร้า ตำรวจกล้า 'จ.ส.ต.ทศพร' พลีชีพในหน้าที่ วันเกิดลูก 21 พ.ย.(21 พ.ย. 2560, 21:35) แค่อยากจับ! โรคจิตฉุดเด็กหน้า ร.ร.ขอนแก่น โชคดีกลุ่มผู้ปกครองช่วยทัน(21 พ.ย. 2560, 21:31) 'ซิโก้' แถลงจัดงานแสดงมุทิตาจิตให้ 'บิ๊กหอย, บิ๊กกร๊อง, น้าชัช'(21 พ.ย. 2560, 21:00) หมาเห่าอย่าด่าตอบ หนุ่มหีบศพ ฉุนพระมาห้าม คว้าไม้ฟาดหัว เย็บ 16 เข็ม(21 พ.ย. 2560, 20:58) มวยถูกคู่! ‘เมฆ มังกรบิน’ ไลฟ์สดรับคำท้าดวลหมัด ‘เสี่ยโป้’ (21 พ.ย. 2560, 20:57)
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 441 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
ลิงค์หน่วยงาน
แบบสำรวจความคิดเห็น

   คุณคิดว่าเว็บไซต์นี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. ไม่ดี
  5. ไม่ดีเลย


รายงานประจำปี
QR-Code Web
QR Code
www.mpns.ac.th

  

งานวิจัยการศึกษา
    เรื่อง : การจัดระบบสารสนเทศของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ สังกัดสำนักงานเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

เจ้าของผลงาน : นายยอดชาย กองทอง
จันทร์ ที่ 13 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560
เข้าชม : 553    จำนวนการดาวน์โหลด : 113 ครั้ง
Not Rated stars เฉลี่ย : Not Rated จาก 0 ครั้ง.

บทคัดย่อ :
การจัดระบบสารสนเทศของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์
สังกัดสำนักงานเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

 
Management of Information System of Mathayomprachaniwet School, under the Chatuchak District Office, Bangkok Metropolitan Administration
 
ยอดชาย  กองทอง[1], สนั่น  ประจงจิตร[2]
Yodchai  kongthont1, Sanan  Prachongchit

บทคัดย่อ
 
การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพและปัญหาการจัดระบบสารสนเทศของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ สังกัดสำนักงานเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ประชากรที่ใช้ในการศึกษาในครั้งนี้ คือ ผู้อำนวยการสถานศึกษา จำนวนหนึ่งคน รองผู้อำนวยการสถานศึกษา จำนวนสี่คน ข้าราชการครู จำนวน 86 คน และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง จำนวนสองคน ในโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ในปีการศึกษา 2556 รวมจำนวน 93 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาเป็นแบบสอบถามที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น ได้รับแบบสอบถามที่สมบูรณ์กลับคืนครบทั้ง 93 ฉบับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
 
ผลการศึกษา พบว่า สภาพการจัดระบบสารสนเทศของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ สังกัดสำนักงานเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก โดยเรียงจากขั้นตอนที่มีค่าเฉลี่ยอันดับสูงสุดลงมาดังนี้ 1) ขั้นตอนการจัดเก็บข้อมูลและสารสนเทศ
2) ขั้นตอนการประมวลผลข้อมูล 3) ขั้นตอนการนำเสนอข้อมูลและสารสนเทศ 4) ขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูล และ 5) ขั้นตอนการรวบรวมข้อมูลตามลำดับ ส่วนปัญหาการจัดระบบสารสนเทศของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ สังกัดสำนักงานเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับน้อย โดยเรียงจากขั้นตอนที่มีค่าเฉลี่ยอันดับสูงสุดลงมาดังนี้
1) ขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล 2) ขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูล 3) ขั้นตอนการนำเสนอข้อมูลและสารสนเทศ 4) ขั้นตอนการจัดเก็บข้อมูลและสารสนเทศ และ 5) ขั้นตอนการประมวลผลข้อมูลตามลำดับ
 
คำสำคัญ: การจัดระบบสารสนเทศ  โรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์

Abstract
 
The purposes of this study were to investigate state and problems of management of information system of Mathayomprachaniwet School, under the Chatuchak District Office, Bangkok Metropolitan Administration.  The population of 93 was one director, four deputy directors, 86 teachers and two involved personnel of the school in the 2013 academic year.  The instrument used was a questionnaire constructed by the investigator.  All 93 questionnaire copies were returned and usable.  The data were analyzed in terms of percentage, mean, and standard deviation.
 
The results of the state of management of information system of the school showed that: the overall rating of all five phases was at the high level.  Those phases were ranked from the top as: 1) organizing data and information, 2) processing data, 3) presenting data and information, 4) checking data, and 5) collecting data. As for the problems, the overall rating of all five phases was at the moderate level.  Those phases were ranked from the top as: 1) collecting data, 2) checking data, 3) presenting data and information, 4) organizing data and information, and 5) processing data.
 
Keyword: Management of Information System  Mathayomprachaniwet School
 
บทนำ
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 มาตรา 6 กำหนดให้สถานศึกษาจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายจิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิตสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข มาตรา 39 ได้กำหนดให้กระทรวงศึกษาธิการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาทั้งสี่ด้านได้แก่ 1) ด้านวิชาการ 2) ด้านงบประมาณ 3) ด้านการบริหารงานบุคคล และ 4) ด้านการบริหารทั่วไป ไปยังคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาโดยตรง ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของผู้บริหารสถานศึกษาต้องบริหารและจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพและมีคุณภาพได้มาตรฐานตามที่กำหนด จึงเป็นภารกิจที่สำคัญที่ผู้บริหารสถานศึกษาในยุคปฏิรูปการศึกษาจำเป็นต้องบริหารงานทั้งสี่ด้านให้มีคุณภาพสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคมและความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการ
 

 
ความสำคัญของปัญหา
สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร มีภารกิจหน้าที่ในการจัดการศึกษาของโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ครอบคลุม 50 เขตการปกครอง จำนวน 437 โรงเรียนให้มีคุณภาพตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย โดยเน้นการกระจายอำนาจการบริหารจัดการไปสู่โรงเรียน สนับสนุนให้โรงเรียนได้ใช้การบริหารจัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (school based management) เน้นการบริหารโดยใช้กลยุทธ์ใหม่ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้สามารถตอบสนองความต้องการของบุคคลในสังคมไทย ผู้เรียนมีศักยภาพในการแข่งขันและร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ในสังคมโลก ปลูกฝังให้ผู้เรียนมีจิตสำนึกในความเป็นไทย มีระเบียบวินัย คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมและยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร, 2554) ผู้บริหารสถานศึกษาต้องบริหารและจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพได้มาตรฐาน พร้อมรับการประเมินคุณภาพภายนอกจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ซึ่งตามหมวด 6 ว่าด้วยมาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 กำหนดให้สถานศึกษาทุกแห่งต้องได้รับการประเมินคุณภาพภายนอกอย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุกห้าปีนับแต่มีการประเมินครั้งสุดท้าย และเสนอผลการประเมินต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชน โดยที่ มาตรา 50 กำหนดให้สถานศึกษาจำเป็นต้องจัดเตรียมข้อมูลและสารสนเทศ เพื่อรองรับการประเมินคุณภาพการศึกษาทั้งจากหน่วยงานภายในและภายนอกของสถานศึกษา โดยส่วนใหญ่สารสนเทศได้จัดเก็บตามลักษณะโครงสร้างการบริหารงาน ได้แก่ การบริหารงานวิชาการการบริหารงานงบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารงานทั่วไปและงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง การจัดเก็บไม่เป็นระบบ ไม่สะดวกในการเรียกใช้ข้อมูล สถานศึกษาควรคำนึงถึงการเลือกข้อมูลที่เน้นการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษา นำมาจัดเป็นระบบสารสนเทศที่สมบูรณ์ ครบถ้วน เป็นปัจจุบัน สามารถเรียกใช้ได้สะดวกตรงกับความต้องการจะช่วยให้สถานศึกษาสามารถดำเนินงานพัฒนาคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ สังกัดสำนักงานเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เป็นอีกหนึ่งโรงเรียนที่จะต้องจัดระบบสารสนเทศให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เนื่องจากมีนักเรียนจำนวนมาก
โดยมีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่งถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่หก จำนวน 1,735 คน ข้าราชการและบุคลากร จำนวน 103 คน ซึ่งจำเป็นต้องจัดสารสนเทศให้เป็นระบบ ชัดเจน เป็นปัจจุบันทันต่อการนำมาใช้วางแผนในการบริหารงาน อย่างไรก็ตามจากรายงานการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รอบสาม) ของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ คณะกรรมการประเมินได้เสนอแนะแนวทางการพัฒนาตามกฎกระทรวงว่าด้วยระบบหลักเกณฑ์และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2553 ไว้ทั้งสิ้นสี่ด้านได้แก่ 1) ด้านผลการจัดการศึกษา 2) ด้านการบริหารจัดการศึกษา3) ด้านการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และ 4) ด้านการประกันคุณภาพภายในซึ่งแต่ละด้านก็มีความสำคัญและจำเป็นสำหรับการพัฒนาศึกษาทั้งสิ้น โดยเฉพาะด้านที่สามด้านการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ สถานศึกษาควรจัดทำสารสนเทศให้เป็นระบบ เพื่อเห็นภาพที่ชัดเจนและนำไปวางแผนพัฒนาให้สอดคล้องกับจุดที่ควรพัฒนาของโรงเรียน (สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) , 2554) ด้วยเหตุนี้ผู้ศึกษาจึงสนใจที่ศึกษาสภาพและปัญหาการจัดระบบสารสนเทศของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ สังกัดสำนักงานเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ว่าอยู่ในระดับใด โดยใช้แนวทางการจัดระบบบริหารและสารสนเทศภายในสถานศึกษาซึ่งมีห้าขั้นตอนได้แก่ 1) การรวบรวมข้อมูล2) การตรวจสอบข้อมูล 3) การประมวลผลข้อมูล 4) การนำเสนอข้อมูลและสารสนเทศ และ 5) การจัดเก็บข้อมูลและสารสนเทศ ผลจากการศึกษาจะได้เป็นแนวทางในการวางแผนพัฒนาระบบสารสนเทศของโรงเรียนให้สอดคล้องกับความต้องการและดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพและคุณภาพดียิ่งขึ้นต่อไป
 
วัตถุประสงค์ของการศึกษา
1. เพื่อศึกษาสภาพการจัดระบบสารสนเทศของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์
สังกัดสำนักงานเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
2. เพื่อศึกษาปัญหาการจัดระบบสารสนเทศของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์
สังกัดสำนักงานเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
 
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. ได้ข้อมูลซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาบุคลากรและปรับปรุงการจัดระบบสารสนเทศของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ สังกัดสำนักงานเขตจตุจักร กรุงเทพมหานครให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
2. นำข้อมูลไปใช้ในการพัฒนาประสิทธิภาพของการบริหารจัดการภายในโรงเรียน
 
ขอบเขตของการศึกษา
            ขอบเขตด้านเนื้อหา
การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้มุ่งศึกษาสภาพและปัญหาการจัดระบบสารสนเทศของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ สังกัดสำนักงานเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ตามแนวปฏิบัติในการจัดระบบบริหารและสารสนเทศภายในสถานศึกษาของสำนักทดสอบทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานซึ่งกำหนดไว้ห้าขั้นตอนดังนี้ (สำนักทดสอบทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ, 2554)        การรวบรวมข้อมูล การตรวจสอบข้อมูล การประมวลผลข้อมูล การนำเสนอข้อมูลและสารสนเทศ และการจัดเก็บข้อมูลและสารสนเทศ

 
            ขอบเขตด้านประชากร
1. ผู้บริหารสถานศึกษาที่ปฏิบัติงานในโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ สังกัดสำนักงานเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย ผู้อำนวยการสถานศึกษา และรองผู้อำนวยการสถานศึกษา จำนวนห้าคน
2. ข้าราชการครู และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง จำนวนสองคน ที่ปฏิบัติงานในโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ สังกัดสำนักงานเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร จำนวน 86 คน
 
วิธีการศึกษา
เป็นการศึกษาเชิงสำรวจ (survey research) เพื่อศึกษาการจัดระบบสารสนเทศของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ สังกัดสำนักงานเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
 
เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา
เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษานี้เป็นแบบสอบถามที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นจากการศึกษาเอกสาร ต่าง ๆ ตลอดจนงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง โดยแบ่งออกเป็นสามตอน คือ
ตอนที่ 1 สถานภาพทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามมีลักษณะเป็นแบบตรวจสอบรายการ (checklist)
ตอนที่ 2 สภาพการจัดระบบสารสนเทศของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์
สังกัดสำนักงานเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ตามกระบวนการจัดระบบข้อมูลสารสนเทศ
ทั้งห้าขั้นตอน ซึ่งเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่ามีห้าระดับ
ตอนที่ 3 ปัญหาการจัดระบบสารสนเทศของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ สังกัดสำนักงานเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ตามกระบวนการจัดระบบข้อมูลสารสนเทศทั้งห้าขั้นตอน ซึ่งเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่ามีห้าระดับ
 
การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา
1. ศึกษาค้นคว้าเอกสาร ตำรา บทความทางวิชาการ และงานศึกษาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดระบบสารสนเทศของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ สังกัดสำนักงานเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
2. นำข้อมูลที่ได้จากการศึกษามาประยุกต์เป็นแนวคิด และหลักในการกำหนดขอบเขต
3. สร้างแบบสอบถาม ตามกรอบแนวคิด และให้ครอบคลุมขอบเขตของการศึกษา
4. นำแบบสอบถามที่สร้างขึ้นเสนอต่อคณะกรรมการที่ปรึกษางานศึกษาค้นคว้าอิสระ เพื่อตรวจสอบปรับปรุง แก้ไข และความถูกต้องสมบูรณ์ของงาน
5. นำแบบสอบถามมาแก้ไข ปรับปรุง ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการที่ปรึกษางานศึกษาค้นคว้าอิสระ
6. นำแบบสอบถามที่ปรับปรุงแก้ไขแล้ว เสนอต่อผู้เชี่ยวชาญสามคน เพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของเนื้อหา ภาษาที่ใช้ และความเหมาะสมในประเด็นที่ศึกษา
7. นำแบบสอบถามที่ตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญไปแก้ไขปรับปรุง แล้วเสนอคณะกรรมการที่ปรึกษางานศึกษาค้นคว้าอิสระตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง
8. นำแบบสอบถามไปทดลองใช้ (try out) จำนวน 30 ฉบับ
9. นำแบบสอบถามไปใช้เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล
 
การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ
1. การตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (content validity) ตรวจสอบโดยผู้ทรง- คุณวุฒิ จำนวนสามคน
2. นำแบบสอบถามหาค่าความเชื่อมั่นกับผู้ตอบที่มีคุณลักษณะใกล้เคียงกันแต่ไม่ใช่ประชากรในการศึกษา (try out) ซึ่ง คือ โรงเรียนวัดคู้บอน สำนักงานเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร จำนวน 30 ฉบับ เพื่อหาค่าความเชื่อมั่น (reliability) โดยคำนวณหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของ Cronbach (1970 อ้างในบุญชม ศรีสะอาด, 2545: 99-101) ได้ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.96
3. ปรับปรุงแก้ไขแบบสอบถามเป็นครั้งสุดท้ายและจัดพิมพ์ แล้วนำไปใช้จริงกับประชากร จำนวน 93 ฉบับ
 
การเก็บรวบรวมข้อมูล
1. ติดต่อขอหนังสือจากโครงการปริญญาโทสาขาการบริหารการศึกษา ภาคพิเศษ คณะศึกษาศาสตร์ เสนอต่อผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ สังกัดสำนักงานเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เพื่อขอความอนุเคราะห์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้บริหาร ครู และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
2. ประสานงานกับผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ สังกัดสำนักงานเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เพื่อส่งแบบสอบถามเก็บข้อมูลกับประชากร
3. เก็บรวบรวมข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 ถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2556ได้รับแบบสอบถามกลับคืนมาจำนวนครบทั้ง 93 ฉบับและเป็นฉบับสมบูรณ์ทุกฉบับ
 
การวิเคราะห์ข้อมูล
ตอนที่ 1 สถานภาพทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ได้แก่ เพศ อายุ วุฒิการศึกษา ตำแหน่งหน้าที่ปัจจุบัน ประสบการณ์ในการทำงาน การศึกษา/อบรมเกี่ยวกับการจัดระบบสารสนเทศและ วิธีการ/หน่วยงานที่ผ่านการศึกษา/อบรม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจงความถี่และหาค่าร้อยละ (percentage) นำเสนอในรูปตารางประกอบความเรียง
ตอนที่ 2 สภาพการจัดระบบสารสนเทศของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ สังกัดสำนักงานเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ตามกระบวนการจัดระบบข้อมูลสารสนเทศทั้งห้าขั้นตอน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย (m) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (s) นำเสนอในรูปตารางประกอบความเรียงกำหนดความหมายของค่าเฉลี่ยโดยใช้เกณฑ์ที่ดัดแปลงมาจาก บุญชม  ศรีสะอาด (2545: 66-74)
ตอนที่ 3 ปัญหาการจัดระบบสารสนเทศของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ สังกัดสำนักงานเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ตามกระบวนการจัดระบบข้อมูลสารสนเทศทั้งห้าขั้นตอน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย (m) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (s) นำเสนอในรูปตารางประกอบความเรียงกำหนดความหมายของค่าเฉลี่ยโดยใช้เกณฑ์ที่ดัดแปลงมาจาก บุญชม  ศรีสะอาด (2545: 66-74)
 
สรุปผลการศึกษา
สถานภาพทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
สถานภาพทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่า ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ70.97) มีอายุ 31-40 ปี (ร้อยละ 56.99) วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี (ร้อยละ62.37) ส่วนใหญ่เป็นครู (ร้อยละ92.47) มีประสบการณ์ในการทำงาน 6-10 ปี (ร้อยละ41.94) เคยผ่านการศึกษา/อบรมเกี่ยวกับการจัดระบบสารสนเทศ (ร้อยละ52.69) และวิธีการ/หน่วยงานที่ผ่านการศึกษา/อบรมจากหน่วยงานทางการศึกษามากที่สุด (ร้อยละ 53.76)
สภาพการจัดระบบสารสนเทศ
1. สภาพการจัดระบบสารสนเทศของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์รวมทุกขั้นตอนในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (m=3.54, s=0.67) เมื่อพิจารณารายขั้นตอน พบว่า ขั้นตอนการจัดเก็บข้อมูลและสารสนเทศมีสภาพอยู่ในอันดับสูงสุด (m=3.64, s=0.83)
2. สภาพการจัดระบบสารสนเทศของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล พบว่า ในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (m=3.47, s=0.67) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ความรู้ความเข้าใจของบุคลากรที่รับผิดชอบการเก็บรวบรวมข้อมูลมีสภาพอยู่ในอันดับสูงสุด  (m=3.67, s=0.92)
3. สภาพการจัดระบบสารสนเทศของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูล พบว่า ในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (m=3.49, s=0.75) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า การจัดบุคลากรที่มีความรู้และทักษะในการตรวจสอบข้อมูลมีสภาพอยู่ในอันดับสูงสุด (m=3.56, s=0.94)

 
4. สภาพการจัดระบบสารสนเทศของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ขั้นตอนการประมวลผลข้อมูล พบว่า ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (m=3.57, s=0.74) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า การใช้คอมพิวเตอร์ในการประมวลผลข้อมูลมีสภาพอยู่ในอันดับสูงสุด (m=3.90, s=1.11)
5. สภาพการจัดระบบสารสนเทศของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ขั้นตอนการนำเสนอข้อมูลและสารสนเทศ พบว่า ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (m=3.55, s=0.73) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า การใช้คอมพิวเตอร์ในการนำเสนอสารสนเทศด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือทางระบบอินเทอร์เน็ตมีสภาพอยู่ในอันดับสูงสุด (m=3.70, s=1.07)
6. สภาพการจัดระบบสารสนเทศของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ขั้นตอนการจัดเก็บข้อมูลและสารสนเทศ พบว่า ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (m=3.64, s=0.83) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า การใช้คอมพิวเตอร์ในการเก็บรักษาข้อมูลและสารสนเทศมีสภาพอยู่ในอันดับสูงสุด (m=3.78, s=1.04)
ปัญหาการจัดระบบสารสนเทศ
1. ปัญหาการจัดระบบสารสนเทศของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์รวมทุกขั้นตอนในภาพรวมอยู่ในระดับน้อย (m=2.40, s=0.70) เมื่อพิจารณารายขั้นตอน พบว่า ขั้นตอนการรวบรวมข้อมูลมีปัญหาอยู่ในอันดับสูงสุด (m=2.52, s=0.78)
2. ปัญหาการจัดระบบสารสนเทศของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล พบว่า ในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (m=2.52, s=0.78) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า การวางแผนสำรวจความต้องการใช้ข้อมูลล่วงหน้ามีปัญหาอยู่ในอันดับสูงสุด (m=2.73, s=1.00)
3. ปัญหาการจัดระบบสารสนเทศของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูล พบว่า ในภาพรวมอยู่ในระดับน้อย (m=2.41, s=0.85) เมื่อพิจารณารายข้อพบว่าการตรวจสอบข้อมูลให้เป็นปัจจุบันมีปัญหาอยู่ในอันดับสูงสุด (m=2.52, s=0.98)
4. ปัญหาการจัดระบบสารสนเทศของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ขั้นตอนการประมวลผลข้อมูล พบว่า ในภาพรวมอยู่ในระดับน้อย (m=2.33, s=0.77) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า เครื่องมือที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูลที่เพียงพอมีปัญหาอยู่ในอันดับสูงสุด (m=2.56, s=0.95)
5. ปัญหาการจัดระบบสารสนเทศของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ขั้นตอนการนำเสนอข้อมูลและสารสนเทศ พบว่า ในภาพรวมอยู่ในระดับน้อย (m=2.38, s=0.69) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า การติดตามประเมินผลการใช้ระบบสารสนเทศมีปัญหาอยู่ในอันดับสูงสุด (m=3.45, s=0.94)
6. ปัญหาการจัดระบบสารสนเทศของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ขั้นตอนการจัดเก็บข้อมูลและสารสนเทศ พบว่า ในภาพรวมอยู่ในระดับน้อย (m=2.35, s=0.90) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า การจัดให้มีแหล่งการเก็บรักษาข้อมูลและสารสนเทศไว้ในโรงเรียนอย่างชัดเจนมีปัญหาอยู่ในอันดับสูงสุด (m=2.44, s=1.18)
 
ข้อเสนอแนะ
ข้อเสนอแนะที่ได้จากการศึกษา
1. สภาพการจัดระบบสารสนเทศรวมทุกขั้นตอน ผลการศึกษาพบว่าขั้นตอนการรวบรวมข้อมูลมีสภาพอยู่ในอันดับต่ำสุด ผู้ศึกษาขอเสนอแนะว่า โรงเรียนควรมีการจัดระบบการรวบรวมข้อมูลสารสนเทศของโรงเรียนให้เป็นไปตามความต้องการการใช้งานเริ่มตั้งแต่การสร้างความรู้ความเข้าใจอันดีให้กับบุคลากรที่รับผิดชอบในการรวบรวมข้อมูล ให้ตระหนักถึงความสำคัญในการนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในขั้นตอนอื่น อีกทั้งโรงเรียนควรมีการจัดงบประมาณให้เพียงพอเพื่อสนับสนุนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ปัญหาการจัดระบบสารสนเทศรวมทุกขั้นตอน ผลการศึกษาพบว่า ขั้นตอนการรวบรวมข้อมูลมีปัญหาอยู่ในอันดับสูงสุด ผู้ศึกษาขอเสนอแนะว่า โรงเรียนควรมีการวางแผนการใช้ข้อมูลล่วงหน้า มีการกำหนดบุคลากรที่มีความรู้ความชำนาญในการเก็บรวบรวมข้อมูล นอกจากนี้ต้องมีการกำหนดระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลที่ชัดเจนโดยการกำหนดเป็นปฏิทินการดำเนินงานไว้ จะทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามได้อย่างเป็นระบบ เพื่อที่โรงเรียนจะได้ข้อมูลที่สมบูรณ์ครบถ้วนพร้อมที่จะนำไปวิเคราะห์และประมวลผลต่อไป
2. สภาพการจัดระบบสารสนเทศขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล ผลการศึกษาพบว่าการจัดงบประมาณสนับสนุนในการรวบรวมข้อมูลมีสภาพอยู่ในอับดับต่ำสุด ผู้ศึกษาขอเสนอแนะว่า โรงเรียนควรมีการจัดทำแผนการบริหารงบประมาณของโรงเรียนให้มีความชัดเจนในแต่ละด้านเพื่อให้เห็นงบประมาณที่ชัดเจนในการส่งเสริม สนับสนุนการทำงานของบุคลากรในโรงเรียนในการเก็บรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นในการปฏิบัติงาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการนำข้อมูลที่ได้ไปตรวจสอบความถูกต้องและประมวลผลต่อไป
ปัญหาการจัดระบบสารสนเทศขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล ผลการศึกษาพบว่า การวางแผนสำรวจความต้องการใช้ข้อมูลล่วงหน้ามีปัญหาอยู่ในอันดับสูงสุด ผู้ศึกษาขอเสนอแนะว่า โรงเรียนควรมีการประชุมคณะกรรมการ วางแผน การหนดเครื่องมือ กำหนดระยะเวลาในการดำเนินงานเกี่ยวข้องกับขั้นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูลไว้อย่างชัดเจนเพื่อที่จะทำให้เกิดความร่วมมือในการทำงานบุคลากรที่เกี่ยวข้องได้แสดงความรู้ความสามารถได้เต็มศักยภาพ
3. สภาพการจัดระบบสารสนเทศขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูล ผลการศึกษาพบว่าการกำหนดวิธีการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลมีสภาพอยู่ในอับดับต่ำสุด ผู้ศึกษาขอเสนอแนะว่าโรงเรียนควรมีการกำหนดวิธีการในการตรวจสอบข้อมูลที่ตรงกับลักษณะของข้อมูล นอกจากนี้การจัดให้มีบุคลากรที่มีความรู้และทักษะในการตรวจสอบข้อมูลก็มีความจำเป็น
อย่างยิ่ง โดยข้อมูลที่นำมาตรวจสอบนั้นจะทำให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
ปัญหาการจัดระบบสารสนเทศขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูล ผลการศึกษาพบว่าการตรวจสอบข้อมูลให้เป็นปัจจุบันมีปัญหาอยู่ในอันดับสูงสุด ผู้ศึกษาขอเสนอแนะว่า โรงเรียนควรมีการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบข้อมูล จากการรวบรวมข้อมูลของบุคลากรที่เกี่ยวข้อง โดยที่คณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นนี้จะได้มีแนวทางหรือการปฏิบัติงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และจะเป็นการช่วยให้โรงเรียนหรือผู้ที่จะนำข้อมูลไปใช้มั่นใจได้ว่าข้อมูลเหล่านั้นมีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน
4. สภาพการจัดระบบสารสนเทศขั้นตอนการประมวลผลข้อมูล ผลการศึกษาพบว่าการจัดงบประมาณในการประมวลผลข้อมูลมีสภาพอยู่ในอับดับต่ำสุด ผู้ศึกษาขอเสนอแนะว่า โรงเรียนควรมีวางแผนการใช้จ่ายงบประมาณล่วงหน้าในการนำมาใช้ในการประมวลผลข้อมูลของโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนสามารถกำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์ของโรงเรียน เนื่องจากการประมวลผลข้อมูลนั้นจำเป็นต้องมีการจัดกระทำทุก ๆ ปีการศึกษาเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องมีงบประมาณสนับสนุนให้เพียงพอ
ปัญหาการจัดระบบสารสนเทศขั้นตอนการประมวลผลข้อมูล ผลการศึกษาพบว่าเครื่องมือที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูลที่เพียงพอมีปัญหาอยู่ในอันดับสูงสุด ผู้ศึกษาขอเสนอแนะว่า โรงเรียนควรมีการสร้างเครื่องมือที่หลากหลายในการประมวลข้อมูล เช่น การสร้างแบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบบันทึกข้อมูลนักเรียนรายบุคคล เป็นต้น บางครั้งการประมวลด้วยมือก็มีความถูกต้องเช่นกัน ดังนั้นเครื่องมือที่ดีต้องมีการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จึงจะทำให้มีเครื่องมือที่ตรงกับข้อมูลที่ต้องการจัดเก็บ อย่างไรก็ตามการเลือกใช้คอมพิวเตอร์ก็ยังคงเป็นการยอมรับและสะดวกในการนำข้อมูลไปใช้รวมถึงการแปลความหมายของข้อมูลในลักษณะต่างๆ
5. สภาพการจัดระบบสารสนเทศขั้นตอนการนำเสนอข้อมูลและสารสนเทศ ผลการศึกษาพบว่าการจัดงบประมาณที่ใช้ในการนำเสนอและเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศมีสภาพอยู่ในอันดับต่ำสุดผู้ศึกษาขอเสนอแนะว่า โรงเรียนควรมีการเตรียมงบประมาณสำหรับการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานของโรงเรียนให้เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นการประชาสัมพันธ์ผ่านทางเว็บไซต์ สื่อสิ่งพิมพ์ วารสารต่าง ๆ ของโรงเรียน หรือแม้แต่การประชาสัมพันธ์ผ่านทางช่องทางอื่น ๆ ที่สามารถทำได้ ทั้งหมดนี้เป็นภาระกิจที่จะต้องมีการใช้จ่ายงบประมาณทั้งสิ้น ทั้งนี้เพื่อให้ชุมชนหรือสังคมภายนอกรับทราบข้อมูลข่าวสารอย่างทั่วถึง
ปัญหาการจัดระบบสารสนเทศขั้นตอนการนำเสนอข้อมูลและสารสนเทศ ผลการศึกษาพบว่า การติดตามประเมินผลการใช้ระบบสารสนเทศมีปัญหาอยู่ในอันดับสูงสุด ผู้ศึกษาขอเสนอแนะว่า โรงเรียนควรมีการแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อติดตามผลการดำเนินงานที่ผ่านมา
มีความเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดกับปัจจัยต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการ เพื่อเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่จะทำให้โรงเรียนทราบถึงส่วนที่เป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขเร่งด่วน หรือแม้แต่สิ่งที่ได้ดำเนินการไปแล้วไม่มีความคุ้มค่าก็สามารถทบทวนยกเลิกได้ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงสุด
6. สภาพการจัดระบบสารสนเทศขั้นตอนการจัดเก็บข้อมูลและสารสนเทศ ผลการศึกษาพบว่าการค้นหาข้อมูลและสารสนเทศตามหมวดหมู่ของการเก็บรักษาตามรูปแบบแผ่นบันทึกข้อมูลมีสภาพอยู่ในอันดับต่ำสุด ผู้ศึกษาขอเสนอแนะว่า โรงเรียนควรมีการเก็บแผ่นบันทึกข้อมูลแยกประเภทตามลักษณะของข้อมูล หรือ แยกประเภทตามโครงสร้างการบริหารทั้งสี่ฝ่าย หรือการจัดเก็บแผ่นบันทึกข้อมูลแยกตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยการจัดทำทะเบียนคุมในลักษณะของการลงเลขรหัสของสื่อที่จะจัดเก็บลงสมุดบันทึก หรือการจัดทำเป็นระบบฐานข้อมูลในคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการสืบค้น อีกทั้งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหาแผ่นบันทึกข้อมูลที่ต้องการนำไปใช้ได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น
ปัญหาการจัดระบบสารสนเทศขั้นตอนการจัดเก็บข้อมูลและสารสนเทศ ผลการศึกษาพบว่า การจัดให้มีแหล่งการเก็บรักษาข้อมูลและสารสนเทศไว้ในโรงเรียนอย่างชัดเจนมีปัญหาอยู่ในอันดับสูงสุด ผู้ศึกษาขอเสนอแนะว่า โรงเรียนควรมีการจัดเป็นศูนย์ข้อมูลสารสนเทศไว้ในโรงเรียน ซึ่งศูนย์นี้จะเป็นศูนย์กลางในการเก็บข้อมูลทุกประเภทของโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นการเก็บข้อมูลในรูปของแฟ้มเอกสาร แผ่นบันทึกข้อมูล สื่อข้อมูลอื่น ๆ ทั้งนี้จะช่วยให้โรงเรียนสะดวกในทุก ๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นการค้นหาข้อมูลที่ต้องการใช้งาน หรือแม้แต่การปรับปรุงข้อมูลในโรงเรียนให้เป็นปัจจุบันได้สะดวก รวมถึงผู้บริหารสามารถนำไปใช้ประโยชน์ด้านการบริหาร ช่วยในการการติดสินใจ การวางแผน การควบคุม การตรวจสอบติดตามประเมินผลการปฏิบัติงาน ตลอดจนการประสานสัมพันธ์กับหน่วยงานภายนอกซึ่งเป็นกระบวนการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์หน่วยงาน
จากผลการศึกษาเรื่องการจัดระบบสารสนเทศของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ สังกัดสำนักงานเขตจตุจักร กรุงเทพมหานครข้างต้นผู้ศึกษาเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้บริหารในการนำข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลเป็นสารสนเทศแล้วนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจในการบริหารงานอย่างยิ่ง เพราะการจัดระบบสารสนเทศถือเป็นงานที่ช่วยสนับสนุนให้การบริหารจัดการภายในโรงเรียนเป็นไปอย่างราบรื่นเรียบร้อย สะดวก และเหมาะสม ส่งผลให้เกิดประโยชน์ต่อผู้บริหาร ครู บุคลากรและตัวผู้เรียน ซึ่งผลการศึกษาในภาพรวมพบว่า สภาพการจัดระบบสารสนเทศของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์อยู่ในระดับมาก และปัญหาการจัดระบบสารสนเทศของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์อยู่ในระดับน้อย
ข้อเสนอแนะในการศึกษาครั้งต่อไป
1. ควรมีการศึกษาการใช้คอมพิวเตอร์ในการจัดระบบสารสนเทศของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ สังกัดสำนักงานเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
2. ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบสภาพและปัญหาในการจัดระบบสารสนเทศตามขอบข่ายภาระงานทั้งสี่ฝ่ายของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ สังกัดสำนักงานเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
3. ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบการจัดระบบสารสนเทศของโรงเรียนที่มีขนาดแตกต่างกันในสังกัดกรุงเทพมหานคร และสังกัดอื่น
 
เอกสารและสิ่งอ้างอิง
 
กองนโยบายและแผน สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ.  2536.  ระบบสารสนเทศและสารสนเทศเพื่อการวางแผน.  กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
กองแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ.  2534.  25 ปีการวางแผน กระทรวงศึกษาธิการ.  กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
กิติมา  ปรีดีดิลก.  2529.  การบริหารและการนิเทศการศึกษาเบื้องต้น.  กรุงเทพฯ:
โรงพิมพ์อักษรพัฒน์.
เกรียงศักดิ์  พราวศรี และคณะ.  2544.  การจัดระบบสารสนเทศในการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเพื่อการประเมินคุณภาพการศึกษา.  กรุงเทพฯ: บุ๊คพอยท์.
คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ.  2545.  พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545.กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภา.
ครรชิต  มาลัยวงศ์.  2537.  ไอทีกับธุรกิจแนวคิดและแนวทาง
ดาวน์โหลด   ( บทคัดย่อ) 

งานวิจัยการศึกษา 5 อันดับล่าสุด

      รายงานผลการใช้เอกสารประกอบการเรียนวิชาพระพุทธศาสนา 27/ก.ค./2556
      การจัดระบบสารสนเทศของโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ สังกัดสำนักงานเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 13/ก.พ./2560


กำลังแสดงหน้าที่ 1/0 ->
<< 1 >>



ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ความคิดเห็น :


กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ mathayommpn@gmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป